ทำไมเรากลัวตกเทรนด์ ทั้งที่ไม่ได้อยากได้ขนาดนั้น?
ต่อคิวขนมดัง ซื้อของตามกระแส ไปงานที่ทุกคนไป ทั้งที่ไม่ได้อยากขนาดนั้น ทำความรู้จัก FOMO และวิธีอยู่กับมันอย่างสบายใจ

ขนมร้านใหม่ที่ทุกคนรีวิว ตุ๊กตาที่ต้องแย่งกันซื้อ คอนเสิร์ตที่ทั้งไทม์ไลน์ไปกันหมด
บางครั้งผมก็ไปต่อคิวกับเขาด้วย แล้วตอนยืนอยู่ในแถวก็แอบถามตัวเองว่า จริงๆ แล้วเราอยากได้มัน หรือแค่ไม่อยากเป็นคนเดียวที่ไม่มี
ความรู้สึกนี้มีชื่อเรียกว่า FOMO — Fear of Missing Out หรือ “กลัวตกขบวน”
ทำไมถึงเกิด
มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ในอดีต การถูกแยกออกจากกลุ่มหมายถึงอันตรายจริงๆ สมองเราจึงถูกตั้งค่ามาให้กังวลทุกครั้งที่รู้สึกว่ากำลังจะหลุดจากกลุ่ม
นักจิตวิทยา Leon Festinger อธิบายไว้ตั้งแต่ปี 1954 ว่า มนุษย์ประเมินตัวเองด้วยการ เปรียบเทียบกับคนอื่น และโซเชียลมีเดียทำให้เราเปรียบเทียบได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ปัญหาคือ สิ่งที่เราเห็นบนโซเชียลเป็นแค่ ช่วงเวลาที่ดีที่สุด ของคนอื่น เราเลยเอาชีวิตปกติของตัวเองไปเทียบกับไฮไลต์ของคนอื่นอยู่เสมอ
แบรนด์ก็รู้เรื่องนี้ดี คำว่า “จำนวนจำกัด” “หมดแล้วหมดเลย” “เหลือเวลาอีก 2 ชั่วโมง” จึงใช้ได้ผลเสมอ
มันส่งผลอะไร
- ใช้เงินกับของที่ไม่ได้อยากได้จริง ซื้อมาแล้วก็วางทิ้งไว้
- เหนื่อยกับการตามทุกอย่างให้ทัน จนไม่มีเวลาให้สิ่งที่ตัวเองชอบจริงๆ
- รู้สึกว่าชีวิตตัวเองยังไม่พอ ทั้งที่จริงๆ มันก็ดีอยู่แล้ว
- แม้แต่ตอนได้ไปงานนั้นจริง ก็ยังมัวถ่ายรูปลงโซเชียล จนไม่ได้อยู่กับช่วงเวลานั้นจริงๆ
แก้ยังไงได้จริง
ถามตัวเองด้วยคำถามเดียว
“ถ้าไม่มีใครรู้ว่าเราได้ไป หรือได้ซื้อ เรายังอยากได้อยู่ไหม” ถ้าคำตอบคือใช่ ก็ไปเลย ถ้าไม่ใช่ เราอาจแค่อยากเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม
ตั้งกฎ 48 ชั่วโมง
ของตามกระแส รอสองวันก่อนตัดสินใจซื้อ ส่วนใหญ่ความอยากจะลดลงเอง
Mute บัญชีที่ทำให้รู้สึกขาด
ไม่ต้องเลิกติดตาม แค่ปิดการมองเห็นชั่วคราว แล้วสังเกตว่าเรารู้สึกเบาขึ้นไหม
ฝึก JOMO — Joy of Missing Out
ความสุขจากการ “พลาด” อย่างตั้งใจ เช่น คืนวันศุกร์ที่ไม่ได้ไปไหน แต่ได้นอนอ่านหนังสือเงียบๆ ที่บ้าน
เลือกเทรนด์ที่ตรงกับตัวเรา
เราไม่จำเป็นต้องปฏิเสธทุกเทรนด์ เลือกเฉพาะอันที่ตรงกับสิ่งที่เราให้คุณค่าจริงๆ ก็พอ
คำถามชวนคิดครั้งหน้าที่รู้สึกว่ากำลังจะตกขบวน ลองถามตัวเองดูนะครับว่า ขบวนนั้นกำลังไปในทิศทางที่เราอยากไปหรือเปล่า


