ทำไมกด “ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง” แล้วเป็นหนี้โดยไม่รู้ตัว?

กดง่าย ยอดผ่อนดูเล็ก แต่ทำไมถึงกลายเป็นหนี้โดยไม่รู้ตัว มาดูกลไกของซื้อก่อนจ่ายทีหลัง และวิธีใช้ให้ไม่เสียเปรียบ

[buy-now-pay-later-debt-trap]ซื้อก่อนจ่ายทีหลังกลายเป็นหนี้ — สมาร์ทโฟนที่ปล่อยใบเสร็จยาวม้วนลงมากองบนโต๊ะ

เคยกดผ่อนของชิ้นเล็กๆ เพราะคิดว่า “แค่งวดละไม่กี่สิบบาท” ไหมครับ

ข้าวมันไก่จานเดียว กาแฟแก้วเดียว ชุดชั้นในหนึ่งตัว ทีละชิ้นไม่ได้ดูหนักอะไรเลย

แต่พอวันหนึ่งเปิดดูรายการที่ต้องจ่ายทั้งหมด ตัวเลขรวมกลับมากกว่าที่คิดไว้มาก

WHY

ทำไมถึงเกิด

การจ่ายแยกออกจากการได้ของ นักวิจัยเรียกความรู้สึกเสียดายตอนจ่ายเงินว่า pain of paying เมื่อจ่ายด้วยเงินสดหรือโอนทันที เรารู้สึกถึงมัน แต่เมื่อเลื่อนการจ่ายออกไป ความเจ็บนั้นเบาลงจนเกือบไม่เหลือ เราจึงตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น

สมองมองยอดต่องวด ไม่ใช่ยอดรวม ผ่อนเดือนละ 99 บาท ดูเล็กกว่าจ่ายครั้งเดียว 396 บาท ทั้งที่เป็นเงินจำนวนเดียวกัน (หรือมากกว่า ถ้ามีดอกเบี้ย) ยอดรวมของหลายรายการไปกองอยู่ที่ที่เราไม่ได้เห็นพร้อมกัน

ทุกอย่างอยู่ห่างแค่หนึ่งปุ่ม ในแอป การกดผ่อนทำได้ในไม่กี่วินาที ไม่ต้องกรอกเอกสารหรือเดินไปที่เคาน์เตอร์ และบางระบบยังเสนอวงเงินให้ล่วงหน้า ทำให้ไม่มีจังหวะให้หยุดคิด

ไม่รู้สึกว่าเป็นหนี้ คำว่า “ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง” ฟังเบากว่าคำว่า “กู้” ทั้งที่ในทางปฏิบัติคือการยืมเงินมาใช้ก่อน ธปท. ก็ระบุว่าบริการนี้เป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้คนใช้จ่ายมากขึ้น

WHAT

มันส่งผลอะไร

  • คนใช้เพิ่มเร็วมาก จำนวนบัญชีซื้อก่อนจ่ายทีหลังในไทยเพิ่มจากราว 620,000 บัญชี ในปี 2564 เป็น 4.91 ล้านบัญชี ในปี 2567 และมูลค่าสินเชื่อเพิ่มจากราว 6,800 ล้านบาท เป็นประมาณ 18,000 ล้านบาท (จากการสำรวจผู้ให้บริการ 8 ราย)
  • กลุ่มคนทำงานใหม่เจอหนักสุด กลุ่ม First Jobber อายุราว 20–35 ปี มีอัตราหนี้เสียสูงสุดที่ 27% และผู้ใช้ส่วนใหญ่อายุต่ำกว่า 30 ปีและรายได้ไม่สูงนัก
  • ของเล็กน้อยแต่ดอกเบี้ยไม่เล็ก ผู้ว่า ธปท. ยกตัวอย่างข้าวมันไก่จานละ 50 บาท ผ่อน 4 เดือน ดอกเบี้ย 16–18% ต่อปี ตัวเลขที่ฟังไม่แพง แต่เมื่อทำซ้ำหลายรายการก็สะสมเร็ว
  • ภาระผูกพันซ้อนกันหลายแอป ผ่อนจากหลายผู้ให้บริการ ทำให้ไม่มีที่ไหนเลยที่แสดงยอดรวมทั้งหมด
HOW

แก้ยังไงได้จริง

  1. ดูยอดรวมก่อนกด ไม่ใช่ยอดต่องวด

    ก่อนกดผ่อน ลองคูณยอดต่องวดด้วยจำนวนงวด แล้วดูว่ามีดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมเพิ่มเท่าไหร่ ถ้าไม่ซื้อแบบผ่อน จะยังซื้อไหม

  2. ไม่ผ่อนของที่ใช้หมดก่อนผ่อนหมด

    อาหาร กาแฟ ของใช้ประจำวัน ควรจ่ายด้วยเงินที่มีอยู่แล้ว ผ่อนได้เฉพาะของที่ใช้นานกว่าระยะเวลาผ่อน

  3. จดทุกรายการไว้ในที่เดียว

    รวมทุกแอปไว้ในโน้ตหรือสเปรดชีตเดียว เขียนชื่อรายการ ยอดต่อเดือน และวันที่ผ่อนครบ ให้เห็นภาพรวมทุกเดือน

  4. ตั้งเพดานผ่อนรวมต่อเดือนไว้ก่อน

    ตกลงกับตัวเองไว้ว่า ยอดผ่อนทั้งหมดต่อเดือนจะไม่เกินเท่าไหร่ โดยดูจากเงินที่เหลือหลังหักค่าใช้จ่ายจำเป็นและเงินออม ถ้ารายการใหม่ทำให้เกินเพดาน ก็ไม่กด

  5. รอ 24 ชั่วโมงก่อนกดผ่อน

    ย้ายสินค้าไว้ในตะกร้าหรือรายการโปรด รอหนึ่งวันแล้วกลับมาดู ความอยากหลายครั้งหายไปเองในคืนเดียว

  6. ถ้ามีหลายรายการแล้ว ให้จัดการตัวที่ดอกเบี้ยสูงสุดก่อน

    ปิดยอดรายการที่ดอกเบี้ยแพงที่สุดก่อน และหยุดเพิ่มรายการใหม่จนกว่ายอดรวมจะลดลง

น้อง WWH ยื่นมือชวนคิดคำถามนี้คำถามชวนคิด

ตอนนี้คุณมีรายการผ่อนที่ยังจ่ายอยู่กี่รายการครับ และถ้านับรวมทุกแอป ยอดต่อเดือนเท่าไหร่

ข้อมูลในบทความเป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินส่วนบุคคล

ASK MORE · DISCOVER MORE

Quick Quiz · ทบทวนหลังอ่าน

คุณรอดจากกับดัก “ผ่อนก่อน” แค่ไหน?

5 คำถามสั้นๆ จากบทความนี้ ตอบแล้วรู้ผลทันที พร้อมคำอธิบายว่าทำไม และสิ่งที่ลองทำได้ตั้งแต่วันนี้

  • 5 ข้อ
  • ประมาณ 1 นาที
  • ไม่มีใครเห็นคะแนนคุณ

ASK MORE · DISCOVER MORE
มีเรื่องไหนที่อยากรู้ หรืออยากถามไหม?
แอดไลน์เพิ่มเพื่อน แล้วพิมพ์คำถามที่อยากรู้มาได้เลย คำถามที่น่าสนใจ ผมจะหยิบมาตอบเป็นบทความบนเว็บไซต์ เพราะคำถามของคุณ อาจเป็นคำถามเดียวกับที่อีกหลายคนสงสัย แต่ยังไม่กล้าถาม
1แอดไลน์2พิมพ์คำถาม3รออ่านคำตอบ
แอดไลน์ & ส่งคำถาม ไม่สแปม · แจ้งเฉพาะตอนมีบทความใหม่