ทำไมเรารู้ว่าต้องออม แต่เงินไม่เคยเหลือสักที?
ตั้งใจออมแต่สิ้นเดือนเงินหมดทุกที ปัญหาอาจไม่ใช่วินัย แต่คือวิธีจัดการเงิน มาดูสาเหตุและวิธีเริ่มออมที่ทำได้จริง

เคยไหมครับ ตั้งใจไว้ตั้งแต่ต้นเดือนว่า เดือนนี้จะเหลือเก็บสักหน่อย
แต่พอถึงสิ้นเดือน เปิดแอปธนาคารดู ยอดเงินก็เกือบเท่าเดิม หรือน้อยกว่าเดิม ทั้งที่จำไม่ได้เลยว่าเอาไปใช้กับอะไร
ถ้าคุณเป็นแบบนี้ คุณไม่ได้เป็นคนเดียวครับ และคำตอบอาจไม่ใช่ “ไม่มีวินัย” อย่างที่เราชอบโทษตัวเอง
ทำไมถึงเกิด
เงินทุกก้อนอยู่ในที่เดียวกัน ผลสำรวจของ ธปท. ปี 2567 พบว่าคนไทย 96.1% มีบัญชีเงินฝาก แต่มีบัญชีที่ตั้งใจไว้เก็บออมโดยเฉพาะเพียง 56.1% และกลุ่มที่แยกบัญชีใช้จ่ายออกจากบัญชีออม บริหารเงินได้ดีกว่ากลุ่มที่ไม่แยก เมื่อเงินใช้กับเงินเก็บอยู่ก้อนเดียวกัน เงินเก็บก็คือเงินที่ยังไม่ได้ใช้
สมองให้น้ำหนักกับวันนี้มากกว่า นักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมเรียกว่า present bias ความสุขจากการซื้อได้ทันที ชนะความสบายใจจากเงินที่จะเก็บไว้ในอนาคตเกือบทุกครั้ง เหมือนที่เราเลื่อนงานเพราะสมองอยากหนีความไม่สบายใจตอนนี้
ผลของการออมมาช้า แต่ของที่อยากได้มาเร็ว ธปท. ชี้ว่าการช็อปออนไลน์ โซเชียลมีเดีย และบริการซื้อก่อนจ่ายทีหลัง ทำให้การใช้จ่ายง่ายขึ้นและเร็วขึ้น ส่วนเงินฝากแบบเดิมให้ดอกเบี้ยต่ำและเห็นผลช้า เลยไม่ค่อยมีแรงจูงใจให้เก็บ
เรามักออมเฉพาะ “ส่วนที่เหลือ” วางแผนว่าสิ้นเดือนเหลือเท่าไหร่ค่อยเก็บ แต่ส่วนที่เหลือมักเท่ากับศูนย์ เพราะค่าใช้จ่ายมักขยายตามเงินที่มี
มันส่งผลอะไร
- เงินสำรองบางจนเสี่ยง โพลสวนดุสิต (พฤษภาคม 2568, ผู้ตอบ 1,229 คน) พบว่า 48.32% บอกว่าเงินออมไม่พอใช้แม้แต่เดือนเดียวหากรายได้ขาด ขณะที่ ธปท. พบว่ามีเพียงราว 1 ใน 4 ที่ประเมินว่าใช้เงินออมได้เกิน 6 เดือน
- เรื่องไม่คาดฝันกลายเป็นหนี้ ค่ารักษาพยาบาล ซ่อมรถ หรือตกงาน ถ้าไม่มีเงินสำรอง ทางออกที่เหลือก็คือกู้ หรือรูดบัตร
- ความเครียดที่ตามมาทุกสิ้นเดือน ไม่ใช่เพราะเงินน้อยอย่างเดียว แต่เพราะรู้สึกว่าควบคุมอะไรไม่ได้
- อนาคตระยะยาวถูกเลื่อนออกไป มีเพียง 1 ใน 7 เท่านั้นที่เก็บออมเพื่อเกษียณและทำได้ตามแผน
แก้ยังไงได้จริง
แยกบัญชีเป็นสองก้อน
เปิดบัญชีใช้จ่ายกับบัญชีออมแยกกัน และตั้งชื่อบัญชีออมตามเป้าหมาย เช่น “เงินสำรอง 3 เดือน” ชื่อที่เห็นทุกครั้งที่เปิดแอป ช่วยเตือนว่าเงินก้อนนี้ไม่ได้ไว้ใช้
หักเก็บก่อน ใช้ทีหลัง
ตั้งโอนอัตโนมัติเข้าบัญชีออมในวันที่เงินเดือนเข้า ให้เงินส่วนนี้หายไปก่อนที่เราจะเห็น แล้วใช้ส่วนที่เหลือเป็นงบของเดือน
เริ่มจากจำนวนที่เล็กจนไม่รู้สึก
เริ่มที่ 3–5% ของรายได้ หรือแม้แต่วันละ 50 บาท สิ่งสำคัญคือให้เกิดนิสัย ไม่ใช่จำนวน พอชินแล้วค่อยเพิ่มทีละนิด
ตั้งเป้าแรกให้เล็กและชัด
เป้าแรกคือเงินฉุกเฉินที่ใช้ได้ 1 เดือน แล้วค่อยขยับเป็น 3 เดือน และ 6 เดือน การเห็นเส้นชัยใกล้ๆ ทำให้ไม่ท้อกลางทาง
ทำให้เงินออมหยิบยากกว่าเงินใช้
อย่าผูกบัญชีออมกับแอปจ่ายเงินที่ใช้ทุกวัน ให้มีขั้นตอนเล็กๆ ก่อนจะโอนออก ความยากแค่นี้ช่วยกันการใช้เงินด้วยอารมณ์ได้มาก
คำถามชวนคิดเดือนที่แล้ว เงินของคุณหายไปกับอะไรมากที่สุดครับ ถ้าเลือกตัดออกได้อย่างเดียว จะเป็นอะไร


